แรงแห่งศรัทธา ณ เขาคิชฌกูฏ หุบเขาแห่งบุญ 

 

 

 อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ อยู่ภายในบริเวณพื้นที่ป่าเขาคิชฌกูฏ  หรือเขาพระบาท อำเภทมะขาม จังหวัดจันทบุรี ประกอบไปด้วยภูเขา ทิวทัศน์ที่สวยวดงดงาม มียอดเขาที่สูงมาก  การไปเยือนหุบเขาคิชฌกูฏในคราวนี้ เราไม่ได้ไปเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่การไปในครั้งนี้เราไปเพื่อแสวงบุญ  จากที่ได้ฟังการเล่าขานจากรุ่นสู่รุ่นมาจากบรรพบุรุษ   ว่ากันว่าถ้าหากใครได้ไปเขาคิชฌกูฏจะต้องไม่พลาดไปไหว้รอยพระพุทธบาท จากนั้นจุดหมายปลายทางที่น้อยคนนักที่จะไปถึง นั่นก็คือผ้าแดง  ว่ากันว่าการไปถึงผ้าแดงนั้นช่างแสนยากลำบาก เพราะระยะทางการเดินทางนั้นค่อนข้างที่จะไกลมาก 

 

 

เริ่มตั้งแต่การเดินทางตั้งแต่แรกเริ่มเลย  จากที่ผู้เขียนได้ไปสัมผัสมาด้วยตัวเอง

คือเริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพมหานคร ตอนเวลา 22.00 น. เดินทางถึงจุดหมายแรกเวลา 01.00 น.

การเดินทางในจุดหมายที่สองนั้นเป็นเวลาที่นานที่สุด คือต้องซื้อตั๋วเพื่อขึ้นเขา  กว่าได้เดินทาง

ออกจากจุดที่สองนี้ก็ปาเข้าไปเป็นเวลา 04.45 น. ซึ่งรอนานมากและคนก็เยอะเอาการด้วย

การขึ้นรถจากจุดนี้ไม่ใช่ว่าจะถึงเลย เพราะเราจะต้องไปต่อรถอีก  รวมกับการที่เราต้องนั่งรถทั้งหมด 3 รอบ

 

 

 

 

ผ่านจากการนั่งรถไป 3 รอบหลังจากนั้นเราก็จะต้องเดินเท้ากันต่อ ด้วยระยะทางที่ไกลแสนไกล

แต่ไม่ว่าระยะทางข้างหน้าจะไกลแค่ไหน  แต่ผู้แสวงบุญที่ตั้งใจไปเขาคิชฌกูฏก็ไม่ย่อท้อ

ผู้คนจำนวนมหาศาล มาจากทั่วสารทิศ ไม่เว้นแม้กระทั่งชาวต่างชาติ ต่างพากันมุ่งหน้าสู้เบื้องบน

 

 แห่งเขาอันศักดิ์สิทธิ์  เขาคิชกูฏ

 

 

 

 

 

บนเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้  เขาคิชกูฏจะเปิดป่าให้ผู้คนเข้าชมทุกปี ปีละหนึ่งครั้ง

เปิดเป็นเวลา 2 เดือนเท่านั้น เพราะฉะนั้นทุกปีจะมีผู้คนนับแสนมาที่แห่งนี้เพื่อแสวงบุญ

จากที่บอกเล่าไปเมื่อข้างต้น ที่บอกเอาไว้ว่าถ้าหากว่าใครไปถึงผ้าแดง

ผู้นั้นสามารถจะขออะไรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเขาได้เพียงหนึ่งหนึ่งอย่าง และคำอธิฐานจะเป็นจริง

 

 

 

และจากภาพที่เห็นภาพบนนี้ เป็นภาพที่ผู้คนนำเอาก้านธูปไปว่างค้ำกับก้อนหินไว้

ซึ่งทางเราได้สอบถามว่าวางเพื่ออะไร  เราก็ได้คำตอบกลับมาว่า ผู้คนนั้นมีความเชื่อกันว่า

ถ้าหากนำก้านธูปไปค้ำก้อนหินไว้  ในชีวิตจะได้มีผู้อุปถัมน์ค้ำชู ทำให้ไม่ลำบาก

แต่นี่ก็เป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน

 

 

 

 

อย่างบางคนก็เชื่อเรื่องของเจ้าแม่ตะเคียน โดยนำแป้งไปโรยและลูบไล้ต้นไม้

เพื่อหาเลขเด็ด ๆ กัน เพื่อให้มีความหวังในงวดที่กำลังจะมาถึง 

ความเชื่อนั้นมีหลายรูปแบบเอาเป็นว่าแล้วแต่ใครจะเชื่อแบบไหน

แต่ขอเตือนไว้ว่า ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ก็แล้วกัน

 

❤ ❤ ❤ ❤ ❤ ❤

 

หลังจากที่เดินขึ้นเขาลงเขาจนเหนื่อยล้ามามากแล้ว 

สุดท้ายเราก็ได้ความประทับใจอีกอย่างกลับมาด้วย นั่นก็คือ

เราพบน้องหมาหนึ่งตัว มีนามว่า " วีโก้ " นั่นเอง

เจ้าวีโก้เป็นหมาแสนรู้ที่อาศัยอยู่กับพระลูกวัดบนหุบเขาแห่งนี้

ทุก ๆ วันมันจะทำหน้าที่เดินไปพบปะกับผู้คนเพื่อขอรับเงินบริจาคเพื่อร่วมทำบุญ

พระลูกวัดบอกกับเราว่า เจ้าวีโก้เดินรับบริจาควันวันนึงได้เงินมากทีเดียว

และทางวัดก็จะลงบัญชีไว้ด้วยว่าวันนึงวีโก้ทำรายได้ได้จำนวนเท่าไหร่

 

 

 

 

 

 

 

 |  |      |     | |     |

Comment

Comment:

Tweet

โอ้ววว

big smile

#2 By BANG YOUR HEAD on 2010-02-20 00:16

เหนื่อยล้ามาก แต่อิ่มบุญและสุขใจ confused smile

#1 By chic-online on 2010-02-11 23:26